<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์รวมประกันภัย &#124; cymiz.com &#187; ความรู้รถยนต์</title>
	<atom:link href="http://www.cymiz.com/insurances/category/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cymiz.com/insurances</link>
	<description>cymiz insurance the best insurance</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 May 2012 08:24:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>การดูแลพรมรถยนต์ วิธีการซักพรมรถยนต์</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 09:44:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4527</guid>
		<description><![CDATA[การดูแลพรมรถยนต์ วิธีการซักพรมรถยนต์ พรมในรถยนต์ไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยปกปิดความแข็งกระด้างของโลหะตัวถังพื้นรถเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนทั้งจากเครื่องยนต์ที่กำลังทำงาน และจากผิวถนนที่ถูกแสงแดดเผาในเวลากลางวันช่วยควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารให้คงที่ และยังช่วยซับเสียงรบกวน จากภายนอกด้วยฉะนั้น มาดูแลพรมกันให้ดีเวลามีปัญหาต่อไปนี้ 1.พรมเปียกน้ำ ถ้าพรมเปียกน้ำเพียงเล็กน้อยให้เช็ดด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชู่แล้วนำรถมาจอดไว้กลางแดดโดยเปิดกระจกทิ้งไว้ความร้อนจะช่วยทำให้พรมแห้งได้แต่ถ้าพรมเปียกน้ำมาก ควรถอดเบาะนั่งออกก่อนแล้วถอดพรมออกมาซักผึ่งแดดจัด ๆ อย่างน้อย 2 วันหรือจนกว่าจะแห้งสนิทจึงนำไปใส่ที่เดิม 2.ถ้าพมเปื้อนโคลนหรืออาเจียน ควรใช้อุปกรณ์ตักเซาะเอาความสกปรกออก ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดซับเอาความเปียกขึ้นออกไปโดยเช็ดจากวงนอกเข้าไปกลางจุดที่เปื้อนเพื่อป้องกันความสกปรกขยายวงกว้างออกไปถ้ายังสกปรกอยู่อีกให้ใช้แชมพูซักพรมฉีดบริเวณนั้น 3. กรณีที่ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรนำรถไปจอดกลางแดดที่ร้อนจัด ปิดกระจกทุกบานไว้ประมาณ 2-5 ชั่วโมง จึงค่อยเปิดประตูรถให้ลมพัดผ่านความร้อนจากแสงแดดจะช่วยทำลายกลิ่นให้จางลงหรือหมดไป 4.หมากฝรั่งติดพรม อย่าขูดหมากฝรั่งออกตอนที่ยังเหนียวอยู่ให้ใช้ก้อนน้ำแข็งมาประคบที่หมากฝรั่งให้เย็นจนแข็งตัวจะทำให้ขูดหมากฝรั่งออกได้ง่ายขึ้น 5.พรมเปื้อนสารเคมี ถ้าพรมเปื้อนสารเคมีจำพวกยาทาเล็บน้ำมันเครื่อง หรือจาระบี ควรใช้แชมพูสำหรับซักพรมโดยเฉพาะและล้างออกทันที ก่อนที่สารเคมีเหล่านี้จะจับตัวซึ่งยิ่งทำให้ล้างออกยาก คำแนะนำในการทำความสะอาดพรมรถยนต์ 1 ใช้เครื่องดูดฝุ่น-น้ำทำความสะอาด เพื่อกำจัดน้ำที่ค้างอยู่ตามพรมออก เมื่อดูดน้ำออกจนหมดมากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูเพื่อดูดซับความชื้นเพิ่มเติม 2 ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับน้ำในอัตรา 1: 1 ลงในถัง เทส่วนผสมทั้งสองลงบนพรมทั้งผืนและใช้แปรงขัด 3 ทิ้งไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ไว้อย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ชุ่มไปทุกอณูของพรม เพราะจะช่วยฆ่าเชื้อราได้ 4 นำเครื่องดูดฝุ่น-น้ำดูดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ออกจากพรม หากพรมมีเชื้อรามากควรทำซ้ำหลายๆ ครั้ง 5 เปิดพัดลมแอร์เพื่อเป่าพรมในรถ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การขับรถยนต์ลุยน้ำ</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 17:57:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4518</guid>
		<description><![CDATA[การขับรถยนต์ลุยน้ำ 1. ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึก หรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม เพราะ สาเหตุที่รถดับ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ เพราะว่า เมื่อเราเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน และอย่าลืม ว่าเรากำลังลุยน้ำลึก บางทีเกินระดับพัดลม ถ้าขืนเปิดพัดลม ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง เครื่องจะดับเอาง่าย ๆ ถ้าเครื่องไม่ดับ ใบพัดก็จะหมุน ๆ ซึ่ง ขณะที่เราลุยน้ำ จะมีของลอยมา เช่น ขยะ กิ่งไม้ ไม้หน้าสาม ถุงพลาสติก รองเท้า ฯลฯ มีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่องแล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหัก ถ้าใบพัดหัก เราขับรถต่อไปไม่ได้เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหา 2. ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับออโต้ สำหรับเกียร์ธรรมดาใช้ประมาณเกียร์ 2 ก็ใช้เกียร์ L ก็ได้ครับ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น 3. ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง ๆ ผู้ขับขี่หลาย ๆ คนมักจะเร่งเครื่องแรง ๆ เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะกลัวเครื่องดับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีประหยัดน้ำมันแบบง่ายๆ</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 17:55:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4515</guid>
		<description><![CDATA[วิธีประหยัดน้ำมันแบบง่ายๆ 1 เติมน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หรือก่อน 9 โมงเช้าเสมอ ผลที่จะได้รับ อุณหภูมิที่เย็นน้ำมันหดตัวได้ปริมาตรมากขึ้น 2% 2 เติมน้ำมันแค่หัวจ่ายตัดพอแล้ว ผลที่จะได้รับ ถ้าเติมจนเต็มปรี่ ร้อนๆ น้ำมันจะขยายตัวระเหยทิ้งที่รูระบาย 3 การอุ่นเครื่องยนต์ในตอนเช้า ควรอุ่นเครื่องประมาณ 1-2นาทีก่อนที่จะใช้รถเพื่อให้เครื่องยนต์พร้อมที่จะทำงานในวันนั้น การอุ่นเครื่องจะทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น ถ้าออกรถอย่างนิ่มนวลไม่รุนแรงก็ไม่ต้องอุ่นเครื่องก็ได้ ขับช้าๆ เครื่องจะอุ่นเองที่ 1-2 กิโลเมตรแรก 4 ค่อยๆออกตัวเมื่อรถจอดนิ่ง 1-2 พันรอบ การออกรถเร็วอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนต่างๆก็สึกหรอมากเช่นกัน 5 ควรใช้เกียร์สูงเมื่อรถวิ่งได้ 2500 รอบขึ้นไป ผลที่จะได้รับ การลากเกียร์จะทำให้ชดเกียร์ทำงานจนอายุการใช้งานสั้น 6 เครื่อง 2.0 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด110 กม./ชม. ผลที่จะได้รับ รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง 7 เครื่อง 1.6 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 90 กม./ชม. ผลที่จะได้รับ รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ กับ กึ่งสังเคราะห์ ต่างกันอย่างไร</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/car-synthetics-oil/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/car-synthetics-oil/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Nov 2011 12:38:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4457</guid>
		<description><![CDATA[น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ กับ กึ่งสังเคราะห์ ต่างกันอย่างไร น้ำมันเครื่องธรรมดาเปลี่ยนที่ 10000 กม. หรือ 6 เดือน กึ่งสังเคราะห์เปลี่ยนที่ 15000 กม. หรือ 8 เดือน สังเคราะห์เปลี่ยนที่ 20000 กม. หรือ 1 ปี รถใหม่ป้ายแดงใช้เบอร์  * W 30 เช่น mobil 1 5w-30 เครื่องหลวม ควันขาวแล้วค่อยเพิ่มเบอร์ W40,W50 ตามลำดับ 20W 50 10W 40 5W 30 5W 50 5W 40 ตัวหลังw คือการบอกถึงความหนืด และ ความข้นใส แต่ไม่ใช่เยอะๆก็ดีนะ ป่าวเลย ต้องดูอย่างพวกที่ ค่า &#8220;ไวคอสซิตี้&#8221; Vicosity (ความหนืด) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/car-synthetics-oil/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการทำงานของเครื่องยนต์(รถยนต์)</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/car-engin-proces/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/car-engin-proces/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2011 07:15:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4454</guid>
		<description><![CDATA[หลักการทำงานของเครื่องยนต์(รถยนต์) ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง Fuel System           ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นระบบที่ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันเข้าสู่เครื่องยนต์ ประกอบด้วย ถังน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเชื้อเพลิง กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง และคาร์บูเรเตอร์ หรือหัวฉีด ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซลีน (gasoline fuel system) เป็นระบบการป้อนน้ำมันเชื้อเพลิงของ เครื่องยนต์แก๊สโซลีนซึ่งประกอบด้วย ถังน้ำมัน(fuel tank) ปั้มน้ำมัน(fuel pump) และคาร์บูเรเตอร์ ( carburator) หรือหัวฉีด(injector) ถ้าเป็นระบบหัวฉีด ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล (diesel fuel system) เป็นระบบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งประกอบด้วย ถังน้ำมัน ปั้มน้ำมัน กรองน้ำมัน ปั้มหัวฉีด และหัวฉีด น้ำมันเบนซิน เมื่อผ่านกระบวนการกลั่นจะต้องปรับปรุงให้มีคุณภาพป้องกันการน๊อคด้วยการผ่านกระบวนการแปรรูปน้ำมัน           คุณสมบัติของน้ำมันเบนซิน           สตาร์ทติดง่าย           มีอัตราส่วนผสมที่พอเหมาะ ในน้ำมันเบนซินจะต้องมีสารบางชนิดเพื่อทำให้มีการระเหยตัวยาก เป็นการ ป้องกันการเกิดเวเปอร์ล็อค(vapor lock)           ไม่เกิดอาการเวเปอร์ล็อค           เร่งเครื่องยนต์ได้เรียบอย่างสม่ำเสมอ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/car-engin-proces/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดูแลรักษารถยนต์ ตรวจสอบรถยนต์</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2011 07:09:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4451</guid>
		<description><![CDATA[ดูแลรักษารถยนต์ ตรวจสอบรถยนต์ การขับรถเป็น นอกจากจะรู้วิธีการขับรถอย่างมีเทคนิคแล้ว การตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะจะทำให้เราทราบสมรรถนะของเครื่องยนต์และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้าน เพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งยังเป็นการยืดอายุการใช้งานรถยนต์ให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้ขับขี่รถยนต์เองและต่อประเทศชาติโดยรวม ระบบต่างๆ ในรถยนต์ล้วนมีความสำคัญต่อการทำให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่แตกต่างกัน โดยระบบที่สำคัญๆ ที่ควรพิจารณา มีดังนี้ 1. ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง เราสามารถสังเกตและหาสาเหตุของการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติอย่างง่ายๆ โดยดูว่าน้ำมันรั่วหรือไม่ โดยสังเกตจากบริเวณพื้นถนนใต้รถที่จอดอยู่ หากพบว่ามีรอยเปียกของน้ำมันหรือได้กลิ่นน้ำมันซึ่งอาจจะรั่วจากข้อต่อในระบบท่อ ให้ดำเนินการซ่อมโดยเร็ว อีกสิ่งหนึ่งคือควรทำความสะอาดไส้กรองอากาศอยู่เสมอ หรือเปลี่ยนใหม่เมื่อหมดอายุการใช้งาน ไส้กรองอากาศที่สกปรกจะทำให้รถวิ่งได้ระยะทางน้อยลง 0.4 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร 2. ความเร็วรอบเดินเบา ถ้าความเร็วรอบของเครื่องยนต์ในจังหวะเดินเบาสูงเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์กินน้ำมันมากขึ้น ดังนั้น ควรปรับความเร็วรอบให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของผู้ผลิต แต่ถ้าไม่มีข้อมูลควรปรับความเร็วรอบที่ประมาณ 800 รอบต่อนาที หรือในระดับที่เครื่องยนต์ทำงานเรียบที่สุด สำหรับเครื่องยนต์ที่มีระบบการจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ผลิตให้เป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้โดยตรง 3. ระดับน้ำมันในห้องลูกลอย ในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์ทำหน้าที่ปรับส่วนผสมน้ำมันกับอากาศนั้น หากคาร์บูเรเตอร์สกปรกรถยนต์จะวิ่งได้ระยะทางน้อยลงประมาณ 1.3 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร และการไหลล้นของน้ำมันจากคาร์บูเรเตอร์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นจากปกติ ซึ่งเกิดจากระดับน้ำมันในห้องลูกลอยสูงกว่าระดับปกติโดยสามารถสังเกตได้ง่ายๆ จากหน้าต่างกระจกของห้องลูกลอยควรให้ช่างผู้ชำนาญแก้ไขโดยเร็ว 4. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การรักษาสีรถให้สวยสดใส</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Oct 2011 02:46:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4368</guid>
		<description><![CDATA[การรักษาสีรถให้สวยสดใส โดยธรรมชาติของสารเคมีที่นำมาประกอบเป็นสีนั้นจะสามารถต้านทานและคงทนต่อสภาพแวดล้อม หรือความผันแปรของภูมิอากาศได้ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น หากการบำรุงไม่ดีพอ หรือไม่ถูกวิธีแต่จะทำให้สีของรถคุณหมดอายุ และหมดความเงางามเร็วยิ่งขี้น ข้อควรระวังเพื่อการรักษาสีรถมีดังนี้ 1.ไม่ควรจอดรถไว้ใกล้ๆ กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมา เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานผลิตสารเคมี เพราะฝุ่นละอองจากอาหารสัตว์หรือสารเคมี ที่ปลิวมาติดผิวสีของรถอาจจะเป็นกรดหรือด่างเข้มข้นสามารถกัดสีให้เป็นจุดเป็นดวงได้หรือทำให้สีอ่อนตัวลงได้ 2.พยายามจอดรถในที่ร่มหรือที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก พื้นไม่อับชื้น หากจำเป็นต้องจอดกลางแดดควรใช้ผ้าคลุมกันแดดไว้ 3.เมื่อขับรถผ่านบริเวณที่มีฝุ่น โคลน หรือชายทะเลเป็นเวลานานๆ ควรล้างฝุ่น โคลนหรือคราบต่างๆออกให้หมดเพราะคราบเหล่านี้ สามารถดูความชื้นได้ดี จึงทำให้ฝิวสีเสื่อมคุณภาพได้ง่าย และบางครั้งสิ่งสกปรกที่เกาะติดผิวสีรถก็เป็นสารเคมีที่ทำอันตรายต่อสีรถด้วย 4.อย่าทำให้รถเกิดรอยขีดข่วนหรือหลุดร่อน เพราะจะทำให้ตัวรถผุและจะลามออกเป็นบริเวณกว้างทั้งนี้เพราะรอยขีดข่วนจะไม่สามารถป้องกันความชื้นระหว่างผิวสีกับผิวโลหะได้ 5.หากมีคราบน้ำมันหรือสารเคมีต่างๆ เปื้อนผิวสี ต้องรีบล้างออกทันที โดยใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด หรือ ผสมสบู่อ่อนๆ หรือ แชมพูสำหรับล้างรถก็ได้ ห้ามใช้ทินเนอร์ น้ำมัน หรือ สารเคมีใดๆ ทำความสะอาดสีรถโดยเด็ดขาด สารเคมีที่มีโอกาสจะถูกสีรถได้ง่ายก็คือ น้ำมันเบรกซึ่งจะกัดสีในทันทีที่สัมผัสกับสีรถ การใช้จึงต้องระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และ น้ำหอมประจำรถก็มีผลต่อสีรถเช่นกัน หากหกเลอะรถควรรีบใช้ผ้านุ่มที่สะอาดเช็ดออกโดยเร็วและล้างด้วยน้ำ 6.สิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อเป็นการปกป้องสีรถของคุณให้ใหม่สวยงามอยู่เสมอ และปกป้องสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถของคุณดังที่กล่าวมาลำดับต้นๆ คือควรจะเคลือบสีทุกๆครั้งหลังจากการล้างรถ เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆที่จะมาทำลายสีรถของคุณ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขัดเคลือบสีซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการเคลือบสี การขัดเคลือบสี นั้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สีรถประจำวันเกิด</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Oct 2011 02:32:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4363</guid>
		<description><![CDATA[สีรถประจำวันเกิด คนเกิดวันอาทิตย์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์ รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่ควรทำทันที เมื่อรถยนต์ถูกน้ำท่วม‏</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/car-flood/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/car-flood/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Oct 2011 01:53:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4354</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งที่ควรทำทันที เมื่อรถยนต์ถูกน้ำท่วม‏ 1.ล้างรถ รวมถึงการฉีดน้ำเข้าไปในบริเวณใต้ท้องรถและซุ้มล้อ เพื่อล้างเศษดินทรายที่ตกค้างหรือติดอยู่ออกให้หมด ซึ่งอาจมีเศษขยะหรือหญ้าแห้งติดอยู่ ที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย เช่นเดียวกับกรณีของรถที่ติดตั้งตัวกรองไอเสีย หรือ CAT ที่ไม่แนะนำให้จอดในที่ที่มีหญ้าขึ้นสูง เนื่องจากอุณหภูมิของ Catalytic Converter ค่อนข้างสูง และอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย 2.อย่าทำการสตาร์ทรถ หรือบิดกุญแจให้ไฟออนโดยเด็ดขาด จากนั้นเดินไปเปิดฝากระโปรงรถและปลดขั้วแบตเตอรี่ทันที โดยจะปลดขั้วใดขั้วหนึ่งหรือจะปลดทั้ง ขั้วบวกขั้วลบก็ได้ (จริงๆถ้าคุณคาดว่าน้ำจะท่วมสูงถึงห้องเครื่องให้เตรียมปลดขั้วแบตเตอรี่ เอาไว้ล่วงหน้าก่อนจะเป็นการดีที่สุด) เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเข้าไปเลี้ยงระบบต่างๆของรถ รวมถึงเครื่องยนต์ 3.เปิดประตูออกทุกบาน ให้ลมโกรก หรือถ้ามีแดดให้จอดตากแดด จากนั้นถอดเบาะนั่ง พรม ผ้าต่างๆ ที่อยู่ภายในรถออกมาซักทันที เพราะถ้าทิ้งเอาไว้นาน ความเหม็นอับจะมาเยือน และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆ 4.เริ่มเข้าสู่กระบวนการทางเทคนิคที่พอจะทำได้เอง คือ ปลดทุกอย่างที่เป็นขั้วไฟฟ้า ในกรณีที่เป็นเครื่องเบนซินให้ใช้ลมเป่าไปที่เบ้าหัวเทียนไล่น้ำออกให้หมดทุกซอกทุกมุม จากนั้นให้ถอดหัวเทียนออก ตรวจดูแผงฟิวส์ตัวฟิวส์ กล่องรีเลย์ต่างๆรวมทั้งกล่องอีซียูต้องถอดออกให้หมดตากแดดทิ้งไว้ ตรวจดูปลั๊กไฟใช้ลมเป่าทำความสะอาดทั้งหมด หรือใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดทิ้งไว้ 5.สำรวจน้ำมันเกียร์ ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ คือถ้ามีลักษณะคล้ายสีชาเย็น นั่นแสดงว่ามีน้ำเข้าไปปะปนแล้ว ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทันที เช่นเดียวกับน้ำมันเกียร์ รวมถึงเปลี่ยนกรองอากาศ ซึ่งประเด็นนี้ใครทำเองได้ก็ทำเลย เพราะยิ่งจัดการเร็วโอกาสที่สนิมจะมาเยือนก็น้อยตามไปด้วย แต่ถ้าไม่ไหวก็ต้องเข้าศูนย์บริการหรืออู่ ซึ่งจะมีขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายที่ถูกต้องและละเอียดมาก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/car-flood/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีดูแลรถสีดำ</title>
		<link>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Oct 2011 07:09:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cymiz</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cymiz.com/insurances/?p=4330</guid>
		<description><![CDATA[วิธีดูแลรถสีดำ อุปกรณ์ในการล้างรถ รถยนต์ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร จะต้องทำการล้างเท่านั้น ไม่มีการนำผ้ามาชุบน้ำแล้วเช็ดรถโดยเด็ดขาด 1. ผ้าชามัวร์ (เลือกที่มีคุณภาพดีๆ ซับน้ำได้ดี) 2. ฟองน้ำล้างรถ 3. แชมพู (ที่เป็นมิตรกับ wax หมายถึงไม่ชะ wax ออก) เช่น Meguiar&#8217;s NXT Car Wash 1,600 บาท 4. ผ้าเช็ดรถที่เป็น Micro Fiber เพราะจะไม่ก่อให้เกิดรอยขีดข่วนจากการเช็ดรถ หรือใช้เช็ด wax ที่เคลือบอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผ้า Ultimate Microfiber ของ Meguiar&#8217;s 750 บาท วิธีการล้างรถ 1. ฉีดน้ำ ไล่ฝุ่นทรายออกจากตัวรถ โดยใช้มือช่วยลูบไปด้วย (มือจะไม่เก็บฝุ่น ถ้าใช้ฟองน้ำ/ผ้า มันจะเก็บเอาฝุ่นทรายมาขูดสีรถ) 2. ผสมแชมพูลงในถัง โดยมีถังน้ำเปล่าอีก 1 ถัง เพื่อซักฟองน้ำทุกครั้งก่อนนำไปชุบแชมพู [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.cymiz.com/insurances/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

